ผู้จัดทำ : นายกิตติธัช กันทะวัง ;นายพรธเนศ อุปวัน 

การบริหารสินทรัพย์หมุนเวียน

                การบริหารเงินสด (Cash Management)

เงินสด     ถือเป็นสินทรัพย์ที่จำเป็นของธุรกิจ  โดยธุรกิจจะต้องจ่ายเงินสดเพื่อซื้อวัตถุดิบมาป้อนในขบวนการผลิต  จ่ายค่าแรง  ซื้อเครื่องมือเครื่องจักร  และจ่ายเงินเดือนชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ  เพื่อให้ธุรกิจดำเนินการต่อไปได้ตามปกติ  แม้ว่าเงินสดเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้แก่ธุรกิจ แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงสุด ดังนั้นการบริหารเงินสดที่ดี และมีประสิทธิภาพก็จะทำให้ธุรกิจลดจำนวนเงินสดที่ต้องถือไว้ในมือซึ่งไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ ลงได้ และสามารถที่จะนำเงินสดไปชำระค้าสินค้าเพื่อเอาส่วนลดเงินสดได้

เงินสด  ( Cash )   หมายถึง เงินสดในมือ และเงินฝากธนาคารทุกประเภท แต่ไม่รวมเงินฝากประเภทที่ต้องจ่ายคืน เมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ เงินสดในมือรวมถึง เงินเหรียญ ธนบัตร เช็คที่ยังมิได้นำฝาก เช็คเดินทาง ดราฟท์ของธนาคาร และธนาณัติ  หรือหมายถึงสินทรัพย์ต่างๆ ที่กิจการสามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันทีที่ต้องการ เช่น ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ ตลอดจนสิ่งที่ใกล้เคียงกับเงินสด เช่น เงินฝากเผื่อเรียก เป็นต้น

การบริหารเงินสดการบริหารเงินสด  ( Cash Management ) 

                 เป็นการบริหารที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมเงินสด การจ่ายเงินสด และการลงทุนในหลักทรัพย์ชั่วคราวของเงินสด ผู้จัดการทางการเงิน มีหน้าที่รับผิดชอบระบบการบริหารเงินสดของกิจการ การจัดทำงบประมาณเงินสดเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบริหารเงินสด เพื่อใช้พยากรณ์ความต้องการเงินสดในอนาคตและการควบคุมการดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามงบประมาณ นอกจากนี้งบประมาณเงินสดของกิจการต้องรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่นรายการค้าที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน จำนวนเงินสดคงเหลือในบัญชี รายการจ่ายเงินสด ยอดเงินคงเหลือในแต่ละเดือน จำนวนเงินสดคงเหลือในบัญชี รายการจ่ายเงินสด ยอดเงินสดคงเหลือในแต่ละเดือน เป็นต้น  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าข้อมูลต่างๆ นี้มีความจำเป็นในการบริหารเงินสดของธุรกิจมาก ซึ่งระบบการรายงานข้อมูลที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 
วัตถุประสงค์ในการบริหารเงินสด   คือเพื่อให้กิจการมีสภาพคล่องและกำไร หมายถึงผู้จัดการการเงินต้องพยายามลดเงินสดส่วนเกินหรือเงินสดที่เหลือไว้โดยเปล่าประโยชน์(idle cash) ให้มีน้อยที่สุด และใช้ประโยชน์จากเงินสดที่มีอยู่ ให้มากที่สุด กล่าวคือ ผู้จัดการการเงินควรนำเงินสดส่วนเกินไปหาผลประโยชน์ให้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาสภาพคล่องทั้งในปัจจุบันและอนาคต

การบริหารเงินสดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ 

1.       กำหนดจำนวนเงินสดในมือที่เหมาะสม

2.       การจัดเก็บเงินสด การจ่ายชำระเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ

3.       ลงทุนเงินสดส่วนเกินเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสูงสุด

สาเหตุที่ต้องถึงเงินสด John Maynard Keynes   นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษกล่าวว่า เหตุผลที่บุคคลและกิจการต้องถือเงินสดนั้นมีดังนี้  

ก.   ถือเงินสดไว้เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจประจำวัน     

               การดำเนินตามปกติของธุรกิจเกี่ยวข้องกับการผลิตการขาย การเรียกเก็บหนี้ และการชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเงินสดทั้งสิ้นโดยเริ่มตั้งแต่ซื้อวัตถุดิบใช้แรงงานในการผลิต ขายสินค้าสำเร็จรูป และเมื่อเก็บเงินจากลูกหนี้ ธุรกิจจะได้รับเงินสดมา และจะต้องนำเงินสดนั้นมาชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการผลิต การขายและการบริหารอาทิเช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ ภาษี เงินปันผล กระแสเงินเข้าและออกของธุรกิจนั้นมีเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ธุรกิจจึงจำเป็นต้องถือเงินสดไว้จำนวนหนึ่งเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ระดับของเงินสดในมือก็จะแตกต่างกันไปตามประเภทของธุรกิจ

ข.      ถือเงินสดไว้เพื่อรอจังหวะการลงทุนในอนาคต    

                ธุรกิจอาจถือเงินสดไว้เพื่อหาประโยชน์ในการเอาส่วนลดการค้า หรือซื้อวัตถุดิบในราคาถูกมากเมื่อมีการลดราคาพิเศษ ในบางครั้งก็อาจหาผลกำไรจากการที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเปลี่ยนไปโดยเฉพาะในกรณีของธุรกิจที่มีการค้ากับต่างประเทศ 

ค.      ถือเงินสดไว้เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน 

                  ในบางครั้ง อาจเกิดเหตุจำเป็นที่ไม่คาดขึ้นที่ทำให้ธุรกิจ จำเป็นต้องใช้เงินสด เช่นน้ำท่วมไฟไหม้ ธุรกิจจึงจำเป็นต้องกันเงินสดส่วนหนึ่งไว้เพื่อเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ดีธุรกิจมักจะถือเงินส่วนนี้ในรูปของหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือง่ายมากกว่า  
                  นอกจากสาเหตุทั้ง 3 ประการแล้ว ธุรกิจอาจจำเป็นต้องถือเงินสดไว้อีกจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นไปตามข้อเรียกร้องของธนาคารพาณิชย์ที่ธุรกิจติดต่ออยู่ โดยถือในรูปของเงินฝากในบัญชีเงินฝากกระแสรายวันซึ่งทำให้ธุรกิจสูญเสียโอกาสที่จะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ลงทุนหาผลประโยชน์

วงจรเงินสด  ( Cash Cycle )    

              วงจรเงินสด คือช่วงระยะเวลาระหว่างจุดที่นำเงินสดไปลงทุนในวัตถุดิบจนกระทั่งจุดที่ได้รับเงินสดจากการชำระเงินค่าซื้อสินค้าโดยลูกค้า  ธุรกิจจำเป็นต้องควบคุมการจ่ายเงินโดยพยายามที่จะจ่ายเงินชำระหนี้หรือจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ  ให้ช้าที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งเมื่อประสานกับวิธีการเร่งเงินสดเข้าจะทำให้ธุรกิจมีเงินสดอยู่ในมือเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวทางการเงินมากยิ่งขึ้น เหตุผลที่ธุรกิจถือเงินสด

 1.  ใช้ดำเนินงานตามปกติ   (Transactions Motive)     

          ในการดำเนินงานของธุรกิจโดยปกติทั่วๆ ไป ธุรกิจจำเป็นต้องมีเงินสดไว้ใช้ในการดำเนินงานปกติเพื่อให้เกิดความคล่องตัว เช่น จ่ายชำระหนี้ค่าซื้อวัตถุดิบ จ่ายเงินเดือนและค่าแรง จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่านายหน้าพนักงานขาย ซื้อสินทรัพย์ถาวร เป็นต้น ธุรกิจอาจมีเงินสดรับและเงินสดจ่ายไม่สอดคล้องกัน อันเนื่องมาจากความแตกต่างของเงื่อนไขการซื้อและขายสินค้า อย่างไรก็ตามการที่ธุรกิจจะมีเงินสดไว้ในกิจการมากน้อยเพียงใดนั้น ย่อมมีความสัมพันธ์กับปริมาณการขาย หากธุรกิจมียอดขายสูง ก็มีแนวโน้มที่จะเก็บเงินสดไว้สูง และหากธุรกิจมียอดขายต่ำก็จะเก็บเงินสดไว้น้อยเช่นเดียวกัน

 

2. เป็นเงินฝากขึ้นต่ำตามที่ธนาคารกำหนด  (Compensating Balance)    

               ธนาคารรับฝากเงินจากลูกค้าและนำเงินที่รับฝากนี้ไปให้กู้ยืม ถ้าธนาคารรับฝากเงินมากขึ้นก็จะสามารถให้กู้มากขึ้น ทำให้ธนาคารได้กำไรมากขึ้น ขณะเดียวกันธนาคารก็ให้บริการแต่ลูกค้าเพื่อให้เกิดความสะดวก เช่น ผู้ที่ใช้บริการของธนาคารจำเป็นต้องมีเงินฝากกับธนาคารไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า เงินฝากขึ้นต่ำ

 

3.  สำรองไว้เพื่อเหตุฉุกเฉิน   (Precautionary Motive)   

            ในบางกรณีธุรกิจจำเป็นต้องถือเงินสดไว้ล่วงหน้าในยามฉุกเฉินที่ไม่สามารถคาดคะเนล่วงหน้าได้ เช่น น้ำท่วม การนัดหยุดงาน อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ธุรกิจได้รับความเสียหาย จึงจำเป็นต้องมีเงินสดส่วนหนึ่งไว้ใช้ยามฉุกเฉิน 

 

4.  เก็งกำไร (Speculative Motive)   

           การที่ธุรกิจถือเงินสดไว้เพื่อเก็งกำไร เพื่อทำให้เกิดความคล่องตัวที่จะนำไปลงทุนในสินทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งโอกาสดังกล่าวอาจเกิดขึ้นขณะใดขณะหนึ่งก็ได้ การถือเงินสดไว้เพื่อการเก็งกำไร ก็เพื่อต้องการผลประโยชน์จากการคาดคะเนว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาตลาดของหลักทรัพย์  

 

เครื่องมือที่ใช้ในการบริหารเงินสด (Cash Management Techniques)

 

1. การทำงบประมาณเงินสด  (Cash Budget)    

               จะต้องพยากรณ์ว่ามีรายรับและรายจ่ายสำหรับแต่ละแหล่ง เมื่อใดและจำนวนเท่าใด จะแสดงให้เห็นถึงกระแสเงินสดรับ เช่น กระแสเงินสดในการดำเนินตามปกติ กิจการจะทราบจำนวนเงินที่เหลือ หรือขาด แต่ละเวลาทำให้กิจการวางแผนในการจัดหาเงินทุนกรณีเงินสดขาด และวางแผนลงทุนกรณีเงินสดเหลือให้ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการ

 

2. การบริหารวงจรเงินสด(Cash Cycle)     

            วงจรเงินสดมีส่วนสำคัญในการกำหนดที่กิจการควรถือ ถ้าวงจรเงินสดยาว  กิจการจะถือเงินสดมาก และถ้าวงจรเงินสดสั้น กิจการจะถือเงินสดน้อย ในการลดวงจรเงินสดทำได้ดังนี้ 
                1.  เพิ่มอัตราการหมุนเวียนของสินค้า โดยลดระยะเวลาที่สามารถขายสินค้าได้จาก 60 วัน เป็น 45 วัน จะทำให้วงจรเงินสด ลดลงเป็น 45 วัน
               

                2.  เร่งการเก็บ  (Speeding up Collection)     ผู้บริหารจะต้องหาวิธีที่จะทำให้ได้รับเงินสดที่สามารถใช้ได้เร็วที่สุดทันทีที่เก็บเงินได้               

                3.  ยืดเวลาจ่ายเงิน (Extending Disbursement)     การบริหารเงินสดที่ดีควรจะบริหารทั้งทางด้านรายรับและรายจ่าย การบริหารด้านรายจ่ายก็คือพยายามให้เงินสดอยู่ในกิจการนานที่สุดเท่าที่จะทำได้       

 

 การกำหนดเงินสดคงเหลือโดย  Baumol Model   

               เนื่องจากการถือเงินสดให้ผลตอบแทนน้อยที่สุด แต่ต้องถือเงินสด ดังนั้นกิจการจะพยายามหาวิธีที่จะถือเงินสดให้น้อยที่สุดเพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นมั่งคั่งในการกำหนดเงินสดคงเหลือที่เหมาะสมอาจนำมาใช้

 

ค่าใช้ที่เกี่ยวข้องกับเงินสดได้แก่                

1. ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหลักทรัพย์ให้เป็นเงินสด   (Conversion Cost) เช่น ค่าธรรมเนียมในการขายหลักทรัพย์               

2. ต้นทุนเสียโอกาส   (Opportunity Cost)   ซึ่งเกิดจากการถือเงินสดแทนการถือหลักทรัพย์มีลักษณะเหมือนค่าใช้จ่ายในการถือสินค้า กล่าวคือ ถ้าลงทุนซื้อหลักทรัพย์ได้ผลตอบแทน 9% ต่อปีต้นทุนเสียโอกาสถ้าถือเงินสด9%       

การบริหารลูกหนี้ (Accounts Receivable Management)      

                   ลูกหนี้เป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีสภาพคล่องน้อยกว่าเงินสดและเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด กิจการที่ขายสินค้าเป็นเงินเชื่อจำเป็นต้องลงทุนในลูกหนี้ การลงทุนในลูกหนี้มักจะได้รับผลตอบแทนน้อยกว่าการลงทุนในสินค้าและการลงทุนในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน การตัดสินใจลงทุน กิจการควรจะกำหนดหลักเกณฑ์การลงทุน การบริหารลูกหนี้เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายสินเชื่อซึ่งจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้                

1.มาตรฐานสินเชื่อ (Credit Standards)   คือ เกณฑ์ที่กิจการกำหนดว่าจะขายสินค้าเป็นเงินเชื่อแก่ลูกค้ารายใดหรือไม่ จำนวนเท่าใดและปัจจัยที่มักจะนำมาพิจารณาในการขายส