การพยากรณ์และการวางแผนทางการเงิน การพยากรณ์และการวางแผนทางการเงิน
(Financial Forecasting and Planning)
การวิเคราะห์งบทางการเงินเป็นเครื่องมือทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ผู้บริหารนำมาใช้เพื่อ จะได้ทราบถึงสถานภาพทางการเงินที่บริษัทเป็นอยู่โดยสะท้อนถึงสภาพคล่องของบริษัทความ เสี่ยงทางการเงินความสามารถในการดำเนินงานที่ผ่านมาซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนำมาเป็นส่วนหนึ่ง ของการวางแผน(Planning)การดำเนินงานในอนาคต ขณะเดียวกันข้อมูลในอดีตเหล่านี้จะถูก นำมาปรับปรุงตามปัจจัยต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นซึ่งต้องอาศัย วิธีการในการพยากรณ์ทางการเงิน และวิจารณญาณของผู้บริหารกิจการ การพยากรณ์ทางการเงินเป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญ เป็นอย่างมากเพราะจะนำไปสู่การวางแผนงานที่มีประสิทธิภาพและทำให้บริษัทบรรลุวัตถุประสงค์ ที่วางไว้ รูปแบบของแผนงาน (Plan) จะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาของ การดำเนินงานนั้นเสมอ การพยากรณ์ทางการเงิน การพยากรณ์เป็นจุดเริ่มต้นของงานด้านการวางแผนเป็นการใช้เครื่องมือทางคณิตศาสตร์ รวมถึงสถิติและข้อมูลในอดีต เพื่อคาดคะเนรายการทางการเงินที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตและนำ ข้อมูลที่ได้รับไปใช้ในการวางแผนเพื่อการดำเนินงานในอนาคต การพยากรณ์ยอดขายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการวางแผนซึ่งจะเป็นข้อมูลพื้นฐานใน การกำหนดจำนวน และช่วงเวลาของกระแสเงินสดที่คาดว่าจะรับหรือจ่ายในอนาคต การพยากรณ์ ยอดขายจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกธุรกิจ กิจการมักจะใช้วิธีการพยากรณ์ยอดขายหลายวิธีแต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตามกิจการมักจะเริ่ม โดยให้ฝ่ายต่างๆรับผิดชอบในการพยากรณ์แล้วนำมาประสานเข้าด้วยกันเพื่อพยากรณ์ยอดขายของ ทั้งกิจการแนวคิดเบื้องต้นของการพยากรณ์ทางการเงินจะเริ่มจากการใช้ข้อมูลในอดีตที่เกี่ยวกับยอด ขายเพื่อพยากรณ์ยอดขายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ความสำคัญของการพยากรณ์ทางการเงิน การดำเนินงานของกิจการจะต้องเริ่มต้นจากการวางแผนข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนมาจาก การคาดคะเนหรือการพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งความสำคัญของการพยากรณ์ทางการเงิน หลายประการพอสรุปได้ดังนี้ 1.ทำให้ผู้บริหารสามารถคาดคะเนจำนวนเงินทุนที่ต้องการใช้ในอนาคตและประมาณการ ช่วงเวลาที่ต้องการเงินทุน เพื่อจัดหาเงินทุนนั้นได้ทันเวลา 2.ข้อมูลที่ได้จากการพยากรณ์ทางการเงินผู้บริหารจะนำไปใช้ในการวางแผนงานระยะสั้น และระยะยาว 3.การที่กิจการมีการเตรียมพร้อมในการดำเนินงาน โดยใช้การพยากรณ์ทางการเงิน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนสำหรับการดำเนินงานในอนาคตเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อบุคคล หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ เช่น เจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น พนักงานบริษัท เป็นต้น 4.ข้อมูลที่ได้จากการพยากรณ์ทางการเงินเป็นแนวทางที่ช่วยในการตัดสินใจลงทุนในด้าน ต่างๆของกิจการ เช่น การลงทุนซื้อหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดการลงทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ การดำเนินงาน เป็นต้น วิธีการพยากรณ์ทางการเงิน การพยากรณ์ทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญที่กิจการจะต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อเป็นพยากรณ์ ข้อมูลในอนาคตที่จะนำมาใช้ในการวางแผนสำหรับผู้บริหารจะเป็นกรอบในการดำเนินงานในอนาคตที่จะ ประสบความสำเร็จตามที่ต้องการวิธีการพยากรณ์ทางการเงินมีหลายวิธี แต่ในที่นี้จะอธิบายแนวคิดพื้นฐาน ในการคำนวณ 2 วิธี คือ 1. วิธีอัตราร้อยละของยอดขาย (The Percentage of Sales Method) 2. วิธีถอยเชิงเส้นอย่างง่าย (Simple Linear Regression Method) 1. วิธีอัตราร้อยละของยอดขาย(The Percentage of S s Method) เป็นวิธีที่ใช้กันโดยทั่วไปสำหรับการพยากรณ์ทางการเงินโดยมีสมมติฐานสำคัญ2 ประการ ได้แก่ 1.1 รายการทางการเงินส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรายการที่ปรากฏในงบดุลมีความสำพันธ์โดย ตรงกับยอดขายในปีนั้น 1.2 ระดับสินทรัพย์ต่างที่มีอยู่ในงบดุลของปีปัจจุบันที่เหมาะสมแล้วกับยอดของปีปัจจุบัน การคำนวณโดยใช้วิธีอัตราร้อยละยอดขาย สามารถแบ่งขั้นตอนของการคำนวณได้ดังนี้ ขั้นที่ 1 นำงบการเงินปีปัจจุบันเป็นปีฐานสำหรับการพยากรณ์ทางการเงินในปีที่ต้องการ หลังจากนั้นพิจารณา ดังนี้ 1.1 รายการทางด้านสินทรัพย์สินทรัพย์หมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทุกรายการ จะนำมาเทียบกับยอดขายเป็นอัตราร้อยละ ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนจะนำมาเทียบเป็นอัตราร้อยละ เมื่อพิจารณาแล้วว่าจำเป็นจะต้องมีการลงทุนเพิ่มในปีถัดไปแต่ถ้าสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนในปัจจุบันมี มากพอสำหรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นในปีถัดไปแสดงว่าไม่ต้องลงทุนเพิ่มรายการนั้นก็ไม่จำเป็นต้องหา อัตราร้อยละของยอดขาย 1.2 รายการทางด้านหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นจะคำนวณหาอัตราร้อยละของรายการที่ทำ ให้เงินทุนเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติซึ่งจะเกิดขึ้นตามการดำเนินงานปกติแหล่งของเงินทุนประเภทนี้เรียกว่า Spontaneous Liabilities จะอยู่ในรูปของเจ้าหนี้การค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค้างจ่ายเท่านั้น ขั้นที่ 2 นำอัตราร้อยละที่คำนวณได้ไปคำนวณยอดของรายการต่างๆทางการเงินที่คาดว่า เกิดขึ้นในปีที่ต้องพยากรณ์ ตัวอย่างที่ 3-1 ข้อมูลของ บริษัท ธารธารา จำกัด มีรายละเดียด ดังนี้ 1.ปี25X1 มียอดขายสินค้า 10,000,000 บาทและคาดว่า ปี25X2ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 12,000,000 บาท 2.อัตรากำไรสุทธิหลังภาษีเท่ากับ4%และโนบายการจ่ายเงินปันผล อัตรา 40% 3.ปัจจุบันเครื่องจักรที่ใช้อยู่กำลังผลิตเต็มที่ บริษัท ธารธารา จำกัด งบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25X1 สินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น เงินสด 100,000 เจ้าหนี้การค้า 100,000 ลูกหนี้การค้า 200,000 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 50,000 สินค้าคงเหลือ 500,000 หุ้นกู้ 150,000 เครื่องจักร(สุทธิ) 1,700,000 หุ้นสามัญ 2,000,000 _______ กำไรสะสม 200,000 รวม 2,500,000 รวม 2,500,000 ให้คำนวณ 1. พยากรณ์รายการทางการเงินของปี 25X1 2. บริษัทธาราต้องการเงินทุนเพิ่มหรือไม่ ถ้าต้องการเพิ่ม จำนวนเท่าใด และจัดหาจากแหล่งใดบ้าง ถ้านโยบายของบริษัทการจัดหาเงินทุนจากภายนอกใช้การออกตั๋วจ่าย การเปลี่ยนแปลงของยอดขายที่ เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้า โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนเครื่องจักร ของบริษัท ณ วันนี้เต็มกำลังการผลิต การเพิ่มขึ้นของยอกขายส่งผลให้ปี 25X2 ต้องมีการลงทุนเพิ่มใน เครื่องจักรด้วย ทางด้านหนี้สิน เจ้าหนี้การค้า และค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เป็นแหล่งเงินทุนที่เพิ่มขึ้นโดนอัตโนมัติ เป็นผลจากการดำเนินงานปกติดังนั้นจะมีการเพิ่มขึ้นตามยอดขาย รายการที่เปลี่ยนแปลงตามการเพิ่มขึ้นของ ยอดขายจำเป็นต้องหาอัตราร้อยละเทียบกับยอดขาย ในขณะที่หุ้นกู้และหุ้นสามัญเป็นรายการที่เป็นแหล่งเงินทุน ภายนอกซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงตามยอดขาย แต่เป็นตามนโยบายของผู้บริหาร กำไรสะสมเป็นแหล่งเงินทุนภายในเกิด จากผลการดำเนินงานที่เหลือหลังจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น การคำนวณอัตราร้อยละของรายการทางเงินเทียบกับยอดขาย ทำได้โดยนำรายการทางการเงินที่ปรากฏ ในงบดุลปี 25X1 หารด้วยยอดขายปี 25X1 หารด้วย 100 ตัวอย่าง เงินสด = 100,000 หาร 10,000,000 x 100 = 1% ลูกหนี้ = 100,000 หาร 10,000,000 x 100 = 2% รายการอื่น คำนวณในทำนองเดียวกัน สรุปผลความสัมพันธ์ได้ ดังนี้ บริษัท ธารธารา จำกัด งบดุล(อัตราร้อยละของยอดขาย) ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 25x1 สินทรัพย์(%) หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น (%) เงินสด 1 เจ้าหนี้การค้า 1 ลูกหนี้การค้า 2 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 0.5 สินค้าคงเหลือ 5 หุ้นกู้ - เครื่องจักร (สุทธิ) 17 หุ้นสามัญ - _ กำไรสะสม _ รวม 2.5 รวม 1.5 จากความสัมพันธ์ระหว่างยอดขายและรายการต่างๆในงบดุลข้างต้น สามารถประมารการรายการทางการเงิน ในปี25x2 โดยนำอัตราร้อยละที่คำนวณได้ในแต่ละรายการมาคูณกับยอดขาย ปี25x2 สรุปการประมาณการรายการทางการเงิน ปี 25x2(บางส่วน) ได้ดังนี้ เงินสด = 1% (12,000,000) = 120,000 ลูกหนี้การค้า = 2% (12,000,000) = 240,000 สินค้าคงเหลือ = 5% (12,000,000) = 600,000 เครื่องจักร(สุทธิ) = 17% (12,000,000) = 2,040,000 รวม = 3,000,000 เจ้าหนี้การค้า = 1% (12,000,000) = 120,000 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย = 0.5% (12,000,000) = 60,000 รวม = 180,000 วิธีนอกจากประมาณการรายการทางการเงินที่กล่าวมาแล้ว ยังสามารถคำนวณหาเงินทุนที่ต้องการเพิ่ม จากงบดุล (อัตราร้อยละของยอดขาย) โดยการคำนวณเงินทุนที่ต้องใช้เพิ่มขึ้นเมื่อยอดขายเพิ่มขึ้นเมื่อยอดขาย เพิ่มขึ้นผลต่างระหว่างอัตราร้อยละของสินทรัพย์ และอัตราร้อยละของเงินทุนอัตโนมัติ ซึ่งเงินทุนในส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ สามารถจัดหาได้จาก 2 แหล่ง คือ แหล่งเงินทุนภายใน มาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น หลังจากการจ่ายเงินปันผล และแหล่งเงินทุนภายนอก ซึ่งจัดหาได้หลายรูปแบบ เช่นการใช้หนี้ระยะยาว ตั๋วเงินจ่าย การจำหน่ายหุ้นกู้ หุ้นสามัญ เป็นต้น จะเป็นไปตามนโยบายการบริหารทางการเงินของกิจการนั้นๆ จากตัวอย่างข้างต้น สามารถคำนวณหาเงินที่ต้องการเพิ่มได้ ดังนี้ อัตราร้อยละของสินทรัพย์ต่อยอดขาย = 25.0% หัก อัตราร้อยละของแหล่งเงินทุนอัตโนมัติต่อยอดขาย = 1.5% อัตราร้อยละของเงินทุนที่ต้องการเพิ่มต่อยอดขาย = 23.5% ดังนั้น ในปี /25x7 ประมาณการยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,000,000 บาท ส่งผลทำให้ต้องใช้เงินทุนเพิ่ม เงินทุนที่ต้องการเพิ่ม = 23.5 % (2,000,000) = 470,000 บาท กำไรสุทธิปี 25x2 = อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษี x ประมาณการยอดขาย ปี 25x2 = 4% x 12,000,000 บาท = 480,000 บาท แต่บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลอัตรา 40%ของกำไรสุทธิดังนั้นกำไรสะสมที่เป็นเงินทุนภายในของบริษัท จะเพิ่มขึ้นดังนี้ กำไรสะสมเพิ่ม = 480,000-(480,000 x 40%) = 288,000 บาท ดังนั้น ต้องหาจากเงินทุนภายนอกเพิ่ม = 470,000 - 288,000 บาท = 182,000 บาท แหล่งเงินทุนที่ต้องจัดหาเป็นไปตามนโยบายของบริษัท ซึ่งอาจจะระดมเงินทุนในรูปของหนี้สินระยะสั้น หรือ ระยะยาว หรือ การขายหุ้น หุ้นบุริมสิทธิ หรือหุ้นสามัญ หรือจะทุกกรณีก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสม ในกรณีนี้บริษัทธารธาราใช้วิธีการออกตั๋วเงินจ่ายในการจัดหาเงินทุน จึงสามารถสรุปงบดุลล่วงหน้าของปี 25x2 ได้ ดังนี้ บริษัท ธารธารา จำกัด งบดุลล่วงหน้า ณ . วันที่ 31 ธันวาคม 25x2 สินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น เงินสด 120,000 เจ้าหนี้การค้า 120,000 ลูกหนี้การค้า 240,000 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 60,000 สินค้าคงเหลือ 600,000 ตั๋วเงินจ่าย 182,000 เครื่องจักร (สุทธิ) 2,040,000 หุ้นกู้ 150,000 หุ้นสามัญ 2,000,000 _______ กำไรสะสม 480,000 รวม 300,000 รวม 3,000,000 ตัวอย่างที่ 3-2 จากโจทย์ในตัวอย่างที่ 3-1 ถ้าปัจจุบันเครื่องจักรใช้งานเพียง 50% ของกำลังการผลิต ให้คำนวณ 1.พยากรณ์รายการทาการเงินของปี 25x2 2.บริษัทธารธาราต้องการเงินทุนเพิ่มหรือไม่ถ้าต้องการเพิ่มจำนวนเท่าใดและจัดหาจากแหล่งใดบ้าง ถ้านโยบายของบริษัทการจัดหาเงินทุนจากภายนอกใช้การออกตั๋วเงินจ่าย เครื่องจักรของบริษัท ปัจจุบันเครื่องจักรยังใช้งานไม่เต็มกำลังการผลิต สามารถรองรับต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้น ในปี 25x2 ดังนั้นเครื่องจักรไม่ต้องคำนวณอัตราร้อยละเทียบกับยอดขาย สามารถสรุปความสัมพันธ์ของรายการ ต่างๆ ดังนี้ บริษัท ธารา จำกัด งบดุล (อัตราร้อยละของยอดขาย) ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 25x0 สินทรัพย์ (%) หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น (%) เงินสด 1 เจ้าหนี้การค้า 1 ลูกหนี้การค้า 2 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 0.5 สินค้าคงเหลือ 5 หุ้นกู้ - เครื่องจักร (สุทธิ) - หุ้นสามัญ - _ กำไรสะสม _ รวม 8 รวม 1.5 การประมาณรายการทางการเงิน ในปี 25x2 ยังคงทำได้เหมือน ตัวอย่างที่ 3-1 ยกเว้น รายการเครื่องจักร ยังคงมี่ค่าเท่าเดิม สามารถคำนวณหาเงินทุนที่ต้องการเพิ่มได้ ดังนี้ อัตราร้อยละของสินทรัพย์ต่อยอดขาย = 8.0% หัก อัตราร้อยละของแหล่งเงินทุนอัตโนมัติต่อยอดขาย = 1.5% อัตราร้อยละของเงินทุนที่ต้องการเพิ่มต่อยอดขาย = 6.5% ดังนั้น ในปี 25x2 ประมาณการยอดเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,000,000 บาท ส่งผลให้ต้องใช้เงินทุนเพิ่ม เงินทุนที่ต้องการเพิ่ม = 6.5 %( 2,000,000) = 130,000 บาท กำไรสุทธิ 25x2 = อัตรากำไรสุทธิหลังหักภาษี x ประมาณการยอดขายปี 25x2 = 4% x 12,000,000 บาท = 480,000 บาท แต่บริษัทมีการจ่ายเงินปันผลอัตรา 40% ของกำไรสุทธิ ดังนั้นจะทำให้กำไรสะสมซึ่งเป็นเงินทุน ภายในเพิ่มขึ้นดังนี้ กำไรสะสมเพิ่มขึ้น = 480,000-(480,000 x 40%) = 88,000 บาท ดังนั้น บริษัทมีกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นมากพอที่จะนำไปใช้ในส่วนที่ต้องการเพิ่ม และยังคงมีกำไรสะสม เหลือเพิ่ม (288,000-130,000) จำนวน 158,000 บาท จะส่งผลให้สินทรัพย์มีจำนานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะอยู่ ในรูปของเงินสด หรือ นำเงินส่วนเพิ่มไปลงทุนระยะก็ได้ ตามนโยบายของผู้บริหารในที่นี้ เงินสดส่วนเพิ่มจะนำ ไปลงทุนระยะสั้นทั้งจำนวน ดังนั้นสามารถสรุป งบดุลล่วงหน้าของปี 25x2 ได้ดังนี้ บริษัท เพชรชมพู จำกัด งบดุลล่วงหน้า ณ. วันที่ 31 ธันวาคม 25x7 สินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น เงินสด 120,000 เจ้าหนี้การค้า 120,000 เงินลงทุนระยะสั้น 158,000 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 60,000 ลูกหนี้การค้า 240,000 หุ้นกู้ 150,000 สินค้าคงเหลือ 600,000 หุ้นสามัญ 2,000,000 เครื่องจักร (สุทธิ) 1,700,000 กำไรสะสม 488,000 รวม 2,818,000 รวม 2,818,000

edit @ 17 Sep 2008 21:08:43 by mis48-bf

edit @ 17 Sep 2008 21:09:51 by mis48-bf

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (49.230.67.75|10.77.77.75, 49.230.67.75) on 2014-04-02 14:26

#1 By (49.230.67.75|10.77.77.75, 49.230.67.75) on 2014-04-02 14:25