ผู้จัดทำ : นายจีระศักดิ์  บุญยศ;นางสาวปิยวรรณ  ทาเวียง ;นางสาวศิริพร  ตันชุ่ม 

โครงสร้างทางการเงิน  FINANCIAL STRUCTURE

                โครงสร้างทางการเงิน หมายถึง  แหล่งที่มาของเงินทุนทั้งหมดของธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยหนี้สินหมุนเวียน

 หนี้สินไม่หมุนเวียนและส่วนของผู้ถือหุ้น หรือหมายถึงข้อมูลเฉพาะส่วนของหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นในงบดุลนั่นเอง

สำหรับแหล่งที่มาของเงินทุนเฉพาะส่วนของเงินทุนระยะยาวทั้งหมดของธุรกิจ ซึ่งได้แก่ หนี้สินไม่หมุนเวียนและ

ส่วนของผู้ถือหุ้น เรียกว่า โครงสร้างเงินทุน ซึ่งเป็นเงินทุนหลักที่ธุรกิจใช้เพื่อลงทุน ดังนั้น โครงสร้างเงินทุนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางการเงิน               

 โครงสร้างทางการเงิน = หนี้สินหมุนเวียน + หนี้สินไม่หมุนเวียน+ ส่วนของผู้ถือหุ้น

                โครงสร้างของเงินทุน หมายถึง การจัดหาเงินทุนระยะยาวของธุรกิจ ซึ่งได้แก่หนี้สินระยะยาว หุ้นบุริมสิทธิ

และส่วนของผู้ถือหุ้น โครงสร้างจองเงินทุนจะไม่รวมหนี้สินระยะสั้น ดังนั้นโครงสร้างของเงินทุนจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางการเงิน               

 โครงสร้างเงินทุน = หนี้สินไม่หมุนเวียน+ ส่วนของผู้ถือหุ้นตลาดการเงิน (Financial Markets)               

                ตลาดการเงินเป็นแหล่งเงินทุนซึ่งทำหน้าที่ให้กู้ยืมและลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือ

ตลาดการเงินที่ไม่เป็นทางการหรือตลาด OTC

หมายถึง  แหล่งที่มีการระดมเงินทุนและการจัดสรรเงินทุนระยะสั้น ระยะปานกลางและระยะยาว

จากแหล่งเงินทุนที่ไม่มีกฎหมายควบคุม ผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดา ตลาดการเงินที่ไม่เป็นทางการโดยทั่วไปจะไม่มีหลักเกณฑ์หรือระเบียบมากนัก อาจไม่มีหลักเกณฑ์การกู้ยืม ไม่มีข้อมูลสินค้าที่ถูกต้อง

และแน่นอน ความเสี่ยงและผลตอบแทนในการกู้ยืมสูงตลาดการเงินที่เป็นทางการ (Organized Financial Market)

                หมายถึง แหล่งที่มีการระดมเงินทุนและการจัดสรรเงินทุนระยะสั้น ระยะปานกลางและระยะยาวจาก

สถาบันการเงินที่ตั้งขึ้นมาตามกฎหมาย มีหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่แน่นอน ผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เป็นนิติบุคคล

การกู้ยืมมีหลักฐาน เช่น การทำสัญญากู้เงินและการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน เป็นต้น มีการบันทึกข้อมูลสินเชื่อ การให้กู้ยืม

ในตลาดการเงินที่เป็นทางการมีความเสี่ยงและผลตอบแทนต่ำกว่าการให้กู้ยืมในตลาดการเงินที่ไม่เป็นทางการ บทบาทของตลาดการเงิน                                  

ตลาดการเงิน เป็นตลาดที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้มีเงินออมกับผู้ที่ต้องการเงินตามระบบเศรษฐกิจทุนนิยม

โดยเปลี่ยนเงินออมไปเป็นการลงทุนทั้งในรูปของการให้สินเชื่อ และการลงทุนในหลักทรัพย์ ตลาดการเงิน

สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. ตลาดเงิน (Money market) คือตลาดที่มีการระดมเงินจากประชาชนและการให้ สินเชื่อระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี

ทั้งแก่ภาครัฐและเอกชน ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา รวมทั้งการซื้อขายหลักทรัพย์ทางการเงินที่มีอายุ

การไถ่ถอนระยะสั้น เช่น ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตั๋วเงินคลัง เป็นต้น

2. ตลาดทุน (Capital market) คือ แหล่งระดมเงินทุนได้โดยผ่านการกู้ยืมจากธนาคารและสถาบันการเงิน ซึ่งจะระดม

เงินทุนจากผู้มีเงินออมในรูปของการรับฝากหรือกู้ยืมเงิน โดยมีผลตอบแทนเป็นการจูงใจคือดอกเบี้ย

2.1   ตลาดสินเชื่อทั่วไป  สามารถระดมเงินทุนได้โดยผ่านการกู้ยืมจากธนาคารและสถาบันการเงิน

ซึ่งจะระดมเงินจากผู้มีเงินออมในรูปของการรับฝากหรือกู้ยืมเงิน โดยมีผลตอบแทนเป็นการจูงใจคือดอกเบี้ย

                2.2   ตลาดหลักทรัพย์และตลาดตราสารหนี้  เป็นตลาดที่มีการออดตราสารทางการเงินหรือหลักทรัพย์ เช่น

               หุ้นสามัญ หุ้นกู้ และพันธบัตร เป็นต้น                นอกจากนั้น ทั้งสองตลาดนี้ ยังสามารถแบ่งออกเป็น

1.     ตลาดแรก (Primary market) คือ ตลาดที่ทำการซื้อขายเฉพาะหลักทรัพย์จากองค์กรหรือ

บริษัทผู้ออกโดยตรง โดยไม่ผ่านสถาบันการเงิน บริษัท หลักทรัพย์ หรือกองทุนรวมใดๆ

2.     ตลาดรอง  (Secondary market) คือตลาดที่ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เคยถูกทำการซื้อขาย

มาแล้วในตลาดแรก ส่วนใหญ่มักจะซื้อผ่านคนกลาง เช่น สถาบันการเงิน ท่านอาจจะจำลักษณะ

ของตลาดรองว่าคล้ายๆ กับตลาดขายของมือสอง ซึ่งเป็นตลาดที่มีไว้สำหรับเปลี่ยนมือ

หลักทรัพย์เท่านั้น  การจัดหาแหล่งเงินทุนระยะสั้น (Short-Term  Financing)

                เงินทุนระยะสั้น  หมายถึง  เงินทุนที่ธุรกิจจัดหามาเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 

 จำนวนและระยะเวลาของเงินทุนระยะสั้นที่ธุรกิจต้องจัดหามานั้น  ได้จาการจัดทำงบประมาณเงินสดแหล่งเงินทุนระยะสั้นสินเชื่อทางการค้า    (Trade Credit)
  • ผู้ขายมอบสินค้าให้ก่อนที่ผู้ซื้อจะชำระเงิน (เงินทุนที่เกิดโดยอัตโนมัติ)
  • เงื่อนไขของสินเชื่อการค้ามีรายละเอียดเกี่ยวกับ
    • การกำหนดเวลาเริ่มต้น (EOM หรือ วันที่ที่ปรากฏในใบกำกับสินค้า)
    • การกำหนดเวลาที่ได้รับส่วนลด
    • การกำหนดอัตราส่วนลด
    • การกำหนดเวลาชำระหนี้สิน
    • เช่น 2/10, n/30 EOM
ตราสารพาณิชย์ (Commercial Paper)
  • ตั๋วสัญญาใช้เงินระยะสั้น ไม่ต้องมีหลักประกัน
  • ออกโดยบริษัทขนาดใหญ่ มีฐานะทางการเงินที่ดี
  • ต้นทุนต่ำกว่าการกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์
 เงินกู้ระยะสั้นจากธนาคารโดยไม่มีหลักประกันเงินกู้เฉพาะกรณี (Transaction Loan)
  • กู้เฉพาะโครงการใดโครงการหนึ่ง ที่ระบุระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ย
  • พิจารณาเป็นโครงการไป
แบบกำหนดวงเงินกู้ (Line of Credit)
  • เป็นข้อตกลงระหว่างธนาคารกับลูกค้าอย่างไม่เป็นทางการโดยธนาคารกำหนดวงเงินสูงสุดในการให้กู้
  • ข้อตกลงดังกล่าวโดยทั่วไปอายุไม่เกิน 1 ปี เมื่อครบกำหนดอาจขอต่อสัญญาใหม่
 เงินกู้ระยะสั้นจากธนาคารโดยไม่มีหลักประกันเงินกู้แบบหมุนเวียน (Revolving Credit)
  • เป็นข้อตกลงระหว่างธนาคารกับลูกค้าอย่างเป็นทางการ
  • ผู้กู้สามารถกู้เงินจากธนาคารจนครบวงเงินที่ตกลงไว้
  • ธนาคารคิดค่าธรรมเนียมผูกพันเงินกู้ (Commitment Fee)
 ต้นทุนการกู้ยืม (Cost of Borrowing)อัตราดอกเบี้ย (Interest Rates)
  • คิดจากความน่าเชื่อถือของผู้กู้ และจำนวนเงินขอกู้
    • Collect Basis             - จ่ายดอกเบี้ยเมื่อถึงวันครบกำหนด
    • Discount Basis           - หักดอกเบี้ยออกจากเงินต้นทันที
  • เช่น กู้เงิน 10,000 บาท ต้องจ่ายดอกเบี้ย 1,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี หาอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate)
 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accruals)
  • ถือเป็นแหล่งเงินทุนอัตโนมัติ
  • ค่าแรงค้างจ่าย ค่าภาษีค้างจ่าย
  • ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแล้ว แต่กิจการยังไม่ได้จ่ายเงินสดออกไป
แหล่งเงินทุนระยะสั้น 1. เครดิตการค้า ( Trade Credit )
2. ตราสารพาณิชย์ ( Commercial Paper )
3. เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ ( Short Term Loans)
เครดิตการค้า มี 3 รูปแบบคือ

 1. บัญชีเงินเชื่อ ( Open Account ) หมายถึง ผู้ขายสินค้าส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อพร้อมทั้งใบแจ้งหนี้ ซึ่งแสดงรายการต่าง ๆ

 เกี่ยวกับราคาสินค้า จำนวนสินค้า ยอดเงินที่ต้องชำระโดยผู้ซื้อไม่ต้องเซ็นหลักฐานใดๆที่แสดงความเป็นหนี้อย่างเ

ป็นทางการ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ขายจะมีการตรวจสอบฐานะทางการเงินของผู้ซื้อก่อน

2. ตั๋วเงินจ่าย ( Note Payable ) ในกรณีนี้ผู้ขายจะขอให้ผู้ซื้อลงนามในตั๋วสัญญาใช้เงิน เพื่อรับรองสภาพการเป็นหนี้

 ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้จะระบุวันที่ที่ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินไว้อย่างชัดเจน

3. ตั๋วแลกเงิน ( Trade Acceptance ) เป็นวิธีการที่ผู้ซื้อต้องเซ็นรับรองการเป็นหนี้ไว้เป็นหลักฐาน ผู้ขายจะออกดราฟท์ใ

ห้ผู้ซื้อเซ็นรับรองว่าจะชำระหนี้ภายในกำหนด และเมื่อถึงกำหนดจะให้นำ ดราฟท์นั้นไปขึ้นเงินที่ธนาคารใด เมื่อผู้ซื้อเ